แพกเกตสวิตชิง

Article on other languages:

del.icio.us del.icio.us
Digg Digg
Furl Furl
Reddit Reddit
Rojo Rojo
Add to OnlyWire

packet switching (แพกเกตสวิตชิง) ใช้ในการติดต่อสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายดิจิตอลความเร็วสูง แพกเกตสวิตชิง เป็นเทคนิคในการหาเส้นทางให้กับแต่ละ แพกเกตที่มีจุดหมายปลายทางต่างกัน ปลายทาง คือ DTE( Data Terminal Equipment ) อุปกรณ์ที่ช่วยถ่ายทอดข่าวสารคือ DCE ( Data Communication Equipment )

ภาพ:DCE.JPG‎

Layerของ การทำงานของ แพกเกตสวิตชิง จำทำหน้าที่จัดหาเส้นทาง จากเส้นทาง(ต้นทาง) ไปยังเส้นทาง(ปลายทาง) Packet Switching สามารถนําไปใช้ได้กับเครื่อง ATM และสามารถนําไปใช้กับ โทรศัพท์มือถือได้ด้วยบริการที่เรียกว่า GPRS สําหรับการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่ง ข้อมูลจะถูกส่งออกไปทีละแพ็กเก็จเรียง ลําดับตามกันถ้ามีข้อผิดพลาดในแพ็กเก็จขึ้นทําให้การส่งข้อมูลในเครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่งสามารถ ทํางาน ได้เร็วมากจนดูเหมือนกับไม่มีการเก็บกักข้อมูลเลยสวิตชิ่งนั้นก็จะทําการร้องขอให้สวิตชิ่ง ก่อนหน้านั้นส่งเฉพาะแพ็กเก็จที่มีความผิดพลาดนั้นมาให้ใหม่ และไม่จําเป็นจะต้องรอให้ผู้ส่งทํา การส่งข้อมูลมาให้ครบทุกแพ็กเก็จแล้วจึงค่อยส่งข้อมูลไป Packet Switching นั้นมีประสิทธิภาพมากในการสื่อสาร การสื่อสารแบบเป็น Packet Switching มีประสิทธิภาพสูงทั้งในด้านกระบวนการทํางาน และการติดต่อระหว่างเครื่อง Server ทั้งสองเครื่อง


Packet Switching ข้อมูลทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็นส่วนย่อยๆ เรียกว่า Packet แล้วทำการเพิ่มส่วนรายละเอียดที่จะบอกถึงลำดับของส่วนย่อยและ ผู้รับปลายทาง แล้วส่งไปยังทุกๆเส้นทางโดยกระจัดกระจายแยกกันไปโดย จะมีอุปกรณืที่แยกและตรวจสอบว่าสายที่จะส่งไปนั้นว่างถ้าว่างจึงส่งไป เมื่อส่วนย่อยของสารข้อมูลทั้หมดมาถึงปลายทางฝั่งผู้รับก็จะนำมารวมกันเป็นข่าวสารชิ้นเดียวกัน

การส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่ง ข้อมูลจะถูกส่งออกไปทีละแพ็กเก็จเรียงตามลำดับ ภายในการส่งข้อมูลในเครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่ง สามารถทำงานได้รวดเร็วมากจนเหมือนกับไม่มีการเก็บข้อมูลเลย ก้าเกิดผิดพลาดจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Layer ที่สูงกว่าจัดการให้ และจะไม่รอให้ผู้ส่งทำการส่งข้อมูลให้ครบทุกแพ็กเก็จก่อนค่อยส่งข้อมูลไป

แพกเกตสวิตชิงใช้หลักการ Store&Forword การรับส่งข้อมูลจะเรียกหน่วยย่อยว่า "Packet" โดยจะทำงานแบบไม่ต้องรอให้ "message" ครบทั้งหมดก่อนค่อยส่งข้อมูลออกไป ทั่วไปแล้ว แต่ละ แพกเกตจะมีความยาวประมาณ 64Byte(512 bits) ต่อหนึ่ง Packet ซึ่งเป็นข้อดีเพราะว่าแต่ละ แพกเกตมีขนาดเล็ก ทำให้ชุมสายใช้เวลาน้อยในการส่งแต่ละแพกเกตส่งผลให้การ รับ-ส่ง แพกเกตเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากเหมาะกับการทำงาน On-Line ตลอดเวลาหรือ interactive ตลอดเวลา

แต่ละ packet จะมีโครงสร้าง่ายๆ ประกอบไปด้ยส่วนที่ถูกเพิ่มเติม(Packer Overhead) และส่ยนที่เป็นข้อมูลของผู้ใช้งาน (User Date) ส่วน Packer Overhead ประกอบด้วยข้อมูลเกียวกับ Address (ฝั่งปลายทาง)ซึ่งแต่ละ node หรือแต่ละชุมสายที่ใช้งานรับส่งข้อมูลจำเป็นจะต้องใช้ ข้อมูลนี้ตลอดการรับส่ง

ภาพ:Packet.JPG

เทคโนโลยีของ Packet Switching Time Domain Multiplexing ระบบ TDM เป็นการมัลติเพล็กซ์ที่แต่ละช่องสัญญาณมีแบนด์วิดธ์แบบคงที่ (Fixed Bandwidth)ซี่งจะใช้ งานได้ดีมากสําหรับการรับส่งที่ต้องการอัตราบิตที่ต่อเนื่อง (Continous Bit Rate : CBR) เช่น traditional voice and video แต่ถ้าจะใช้งานกับข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีทราฟฟิกเป็นแบบ bursty traffic (ทราฟฟิกที่มีขนาดไม่คงที่คืออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขนาดอย่างฉับพลัน) ภาพ:TimeSlot.jpg‎

ประโยชน์ของ Packet  Switching
• รับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง และใช้เวลาในการส่งน้อยาเหมาะสําหรับการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย LAN หลายๆ เครือข่ายเข้าด้วยกันเช่น WAN
• มีความผิดพลาดในการรับส่งข้อมูลน้อยมากๆ
• สามารถลดคอมพิวเตอร์ใหเมีขนาดเล็กลง และสามารถกระจายศูนย์กลาง ประมวลผลได้
• สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่องค์กรใช้งาน เช่น ICP/IP  
• ควบคุมค่าใช้จ่ายได้คงที่แน่นอน
• รับประกันความรวดเร็วในการส่งข้อมูล (Committed Information Rate – CIR)

สรุป... การรส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่งนั้น ขนาดของของข้อมูลถูกจํากัดขนาด จึงต้องแบ่งบล็อกข้อมูลออกเป็นแพ็กเก็จ (Packet)ทั้งนี้เพื่อให้มีขนาดเล็กลง และให้สถานี สวิตช์สามารถเก็บกักข้อมูลไว้ในหน่วยความจํา (Buffer)ชั่วคราวได้โดยไม่ต้องใช้ดิสก์สํารอง

เครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่งเป็นการรวมเอาข้อดีของเครือข่ายทั้งสองมารวมกัน คือ เครือข่ายเซอร์กิต (Circuit Switching) สวิตช์และเครือข่ายแมสเสจต์สวิตช์ (Message Switching)เข้าด้วยกัน และกําจัดข้อเสียของเครือข่ายทั้งสองชนิดนี้ด้วย แต่ ลักษณะทั่วไปแล้วเครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่งจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับเครือข่ายแมดเสดสวิตช์มากกว่า

สําหรับการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่ง ข้อมูลจะถูกส่งออกไปทีละแพ็กเก็จเรียง ลําดับตามกันโดยใช้วิธี (Store-and-forward)ถ้ามีข้อผิดพลาดในแพ็กเก็จขึ้น สวิตชิ่งนั้นก็จะทําการร้องขอให้สวิตชิ่งก่อนหน้านั้นส่งเฉพาะแพ็กเก็จที่มีความผิดพลาดนั้นมาให้ ใหม่ ไม่จําเป็นจะต้องรอให้ผู้ส่งทําการส่งข้อมูลมาให้ครบทุกแพ็กเก็จแล้วจึงค่อยส่งข้อมูลไป ให้สถานีอื่นต่อไป การทํางานแบบนี้จะทําให้การส่งข้อมูลในเครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่งสามารถ ทํางาน ได้เร็วมากจนดูเหมือนกับไม่มีการเก็บกักข้อมูลเลย ลักษณะอย่างหนึ่งที่สําคัญมากสําหรับเครือข่ายแพ็กเก็จสวิตชิ่ง คือ การเลือกการจัดวงจร (เส้นทาง) ของข้อมูลเป็นแบบวงจรเสมือน ( Virtual Circuit) และแบบวงจรดาต้าเกรม ( Datagram Circuit)

แพกเกตสวิตชิง เป็นบทความเกี่ยวกับ การสื่อสาร และโทรคมนาคม ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหา หรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ แพกเกตสวิตชิง ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ

This article is from Wikipedia. All text is available under the terms of the GNU Free Documentation License.


Giant Panda

Mercedes Car
James Bond Guide
This site monitored by SitePinger.net